iPhone X รีวิว ของแรงแค่วิจารณ์นิดเดียว ออกอาการ มือถือเทพใครอย่าว่านะ

หลังจากเมื่อวานรีวิวข้อดีข้อเสียหลังจากใช้มาไม่กี่วัน https://alwaysfluke.wordpress.com/2017/11/10/iphone-x-อ่านก่อนค่อยจอง-อ่านก่/ วันนี้ออกอาการประท้วง 2 อาการติดๆ กันเลยครับ อาการแรกเครื่องค้าง ไม่สามารถสแกนหน้า หรือกดรหัสเพื่อเข้าใช้เครื่องได้ ศิริใช้ได้ แต่ถามแล้วศิริก็ช่วยไม่ได้ ปุ่มของ iPhoneX ก็ดันมีน้อยกว่ารุ่นอื่น Reset อยากไรเนี้ย หาข้อมูลซักพักเลยรู้ว่าวิธี Reset เจ้า iPhone X คือ 1. กดปุ่มเพิ่มเสียง 1 ครั้ง 2. กดปุ่มลดเสียง 1 ครั้ง 3. กดปุ่มปิดเปิดเครื่องค้างจนกว่ารูปแอปเปิ้ลจะขึ้น ซึ่งเป็นการ Force Restart iPhone X ครับผม พอจบปัญหาแรกจะถ่ายรูปกล่องค้างคร้าบ ต้องปิดแอพกล้อง เข้าใหม่ถึงหาย แต่อาการนี้เจอมาตอนใช้ iPhone 7 อยู่บ่อยๆ ( พึ่งมาเป็นพักหลังๆ ช่วงใกล้ออก iPhone 8 ) ถ้าปิดแอพกล้องไม่หายแนะนำปิดเปิดเครื่องใหม่ครับ Advertisements

iPhone X อ่านก่อนค่อยจอง อ่านก่อนค่อยซื้อ

หลังจากอยู่กับเจ้า iPhone X หรือไอโฟนสิบ มาได้ 2 – 3 วัน ขอสรุปการใช้งานเบื้องต้น ว่าชอบไม่ชอบอย่างไรดังต่อไปนี้ เริ่มจากข้อดีก่อนแล้วกัน เพราะเริ่มจากบ่นเดี๋ยวสาวกไอโฟนจะมาฆ่าผมกันซะก่อน 1. แน่นอนรูปร่างหน้าตาการออกแบบใหม่หมด ไม่เหมือน ไอโฟน8 ที่ออกมาแบบเซ็งๆ เปลี่ยนไส้ใน กรอบนิดหน่อย เรียกได้ว่าเรื่องนี้เป็นเหตุผลต้นๆ ในการตัดสินใจซื้อของผมเลยทีเดียว 2. มันชาร์ทไร้สายได้แล้ววว… คนก็จะบอกว่าโอ้ยแอนดรอยทำมาได้ชาติกว่าแล้วจ้า ใช่ครับ แต่ในฐานะคนที่มีเหตุต้องใช้ไอโฟนแบบผม เพราะบางแอปมันมีแต่ไอโฟน พยายามหาในแอนดรอยแล้วก็สู้ไม่ได้ อย่างเช่นแอปทำบัญชีแสนละเอียด ixpenseit และผมก็ใช้ apple homekit เรียกว่าเลยผูกปิ่นโตกับ iphone กันเลยทีเดียว แต่ผมก็แอบมีแอนดรอยหัวเว่ยอีกเครื่องนะ 3. ขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าไอโฟน7 และ8 แต่ไม่ใหญ่เกินไปแบบตัว Plus เรียกว่ายังพอใช้งานมือเดียวได้ครับ 4. ตัวเล็กกว่า Plus แต่ก็มี 2 กล้องนะคร้าบ เพราะตอนใช้ไอโฟน7 อึดอัดมากทำไมต้องทำให้กล้องไม่เหมือนกานนน… 5. เจ้าขอบด้านบนเว้าๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการใช้งานนะ…

แต่งหน้าอย่างไรให้เหมือน fluke alwaysfluke

เวลาที่ผมคิดไว้มันก็มาถึงซักทีครับ หากคุณตายไปความรู้ของคุณก็จะหายตายไปพร้อมกับคุณ ผมคิดว่าช่วงนี้แหละเป็นเวลาที่เหมาะที่จะสอนช่างแต่งหน้ารุ่นใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นมา และนี่ก็เป็นผลงานของหนึ่งในลูกศิษย์ผมซึ่งไม่มีประสบการณ์ในการแต่งหน้ามาก่อน มาเรียนแต่งหน้าเพื่อประกอบอาชีพกับผม ที่ผมยกผลงานนี้ขึ้นมาเพราะว่า ให้เนยเป็นนางแบบ ซึ่งเป็นคนที่ผมแต่งเป็นประจำ ผมโคตรปลื้มเลยที่เรียน 2 ครั้ง แล้วแต่งได้ขนาดนี้ ความงามสำหรับผมไม่ใช่การแต่งหน้าให้รู้ว่าแต่งหน้า แต่เป็นการแต่งหน้าให้เราดูดีขึ้น จะว่าไปการเป็นช่างแต่งหน้าก็ยาก แต่ก็ง่ายในบางมุม มีเครื่องสำอางคนก็บอกได้ว่าเป็นช่างแต่งหน้า แต่เอาจริงๆ การแต่งหน้าให้ดี บางทีก็ต้องการการปลดล๊อคความคิดบางอย่าง ความเชื่อบางสิ่ง ฝีมือฝึกกันได้ครับ แต่ความคิดถ้าคุณติดอยู่ในกับดัก คุณก็จะไม่มีวันเป็นช่างแต่งหน้าที่ดีได้ ดีใจครับที่ลูกศิษย์รุ่นแรกของผม ทำผลงานออกมาได้ดีมาก เดี๋ยวยังเจอกันอีก 2 ครั้งครับ แล้วอย่างไรจะเอาผลงานลูกศิษย์ของผมมาให้ชมกัน

ใช้ Makeup ให้ผิดวัตถุประสงค์อย่างไรให้ได้ผลดี?

อายไลเนอร์ตัวนี้ของ THREE อาจเป็น item ที่หลายคนไม่ได้พูดถึง หรือนำมาใช่เท่าไหร่ แต่ผมอยากจะบอกให้ลองเอา อายไลเนอร์ตัวนี้ มาใช้กับแปรงเขียนคิ้ว วาดคิ้วดูครับ จะบวกว่าเบลนออกมาสวยมากกก… ไม่เข้มจัดเกินไป และมีสีที่หลากหลายอีกด้วย อยากจะบอกว่าบางทีของที่ทำมาเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง ถ้าเราสนุกกับการที่ได้ทดลอง เราอาจค้นพบผลลัพธ์ที่ดี และแตกต่างออกไปได้ครับ

แต่งหน้าสวยต้องมีตัวช่วย

นอกจากต้องฝึกปรือฝีมือการแต่งหน้าแล้ว การสร้างบรรยากาศในการแต่งหน้าก็สำคัญนะครับ ห้องกลิ่นอับๆ คงไม่ชวนให้การแต่งหน้าเป็นไปอย่างราบรื่นนัก การมีกลิ่นหอมๆ ช่วยสร้างความรื่นรมณ์ แต่ละกลิ่นสามารถสร้างความรู้สึกที่แตกต่างกันได้ ผมมักจะจุดเทียนหอมระหว่างแต่งหน้าเสมอๆ หากเป็นงานช่วงเช้าผมแนะนำกลิ่นแนวซีตัส กลิ่นแนวส้ม จะช่วยสร้างความสดชื่นให้ทั้งตัวเรา และลูกค้าครับ แต่กลิ่นสไตล์คล่อนคลายนอนหลับฝันดีไม่อยากจะแนะนำครับ เพราะจะพาทั้งช่างทั้งลูกค้าหลับกันหมด *จากภาพเป็นเทียนหอมจากปัณปุริครับ

แต่งหน้าอย่างไรให้ปัง บทเรียนรู้จากกิจกรรมแปลงโฉม

ล่าสุดจากกิจกรรมที่ให้ผู้โชคดี ตัดผมกับพี่จิ๋มดูเอ้ และแต่งหน้ากับผม ผมมั่นใจว่าหลายคนต้องคาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบเป็นคนละคน แต่ความงามเป็นอย่างนั้นจริงเหรอ? หลายคนลืมไปว่าการเปลี่ยนคน คนหนึ่งไม่ใช่มีเพียงแค่หน้า หรือผม งานครั้งนี้การตัดผม การแต่งหน้า ต้องยึดพื้นฐานจากบุคลิก เสื้อผ้า ของผู้ที่เราทำงานด้วย ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น คือ “การเป็นคุณที่ดีมากกว่าเดิม” ไม่ใช่ “การเป็นคุณคนใหม่” แน่นอนทั้งพี่จิ๋ม และผม ใช้การปรับไม่ใช่การเปลี่ยน ไม่ว่าช่างผม หรือช่างแต่งหน้า งานของเราคือทำให้ลูกค้าดูดีขึ้น ไม่ใช่ให้คนรู้ว่าลูกค้าตัดผมมาแล้ว หรือแต่งหน้ามาแล้วแค่นั้น การที่ช่างขาดสติ จากอยากให้ปัง อาจกลายเป็น “ปังพินาศ” ก็ได้นะครับ

ทาปากอย่างไรไม่ให้ลอย

ทุกครั้งที่ผมทาลิปสติกผมจะเริ่มด้วยสีนู๊ดเสมอ ทั้งนี้เพื่อปรับสีปากให้พร้อมกับการทาสีลิป หลังจากนั้นผมก็จะค่อยๆ เพิ่มสีเข้มลงเรื่อยๆ เพื่อให้ได้สีที่ต้องเราต้องการ ในครั้งนี้ผมต้องการสีลิปที่เข้ากับสีของสไบ ผมค่อยๆ ใส่สีแดงลงไปทีละน้อย จนเป็นสีที่สว่างกว่าสไบเล็กน้อย อันนี้เป็นเคล็ดลับการทาสีปากเลยครับ เราควรทาสีปากให้สว่างกว่าสีของชุดเล็กน้อย ในโทนเดียวกัน ( ในกรณีที่ต้องการแต่งสีหน้าให้เข้ากับชุด ) อีกประโยชน์หนึ่งของการทาสีนู้ดไว้ใต้สีลิปสติก จะทำให้สีนู้ดขึ้นมาผสมกับสีของปากด้านบนเล็กน้อย ทำให้สีปากไม่จัดจ้าน และไม่โดดลอยออกจากปากครับ

ทาอายแชโดว์ให้สวย ไม่ยากอย่างที่คิด

จำได้เลยครับ ตอนเริ่มแต่งหน้าใหม่ๆ ก็พยายามมากในการแต่งตาแบบนั้นแบบนี้ แก้ไขรูปดวงตา คัดเบ้า ที่สำคัญต้องสารพัดจะค้นหาอายแชโดว์ที่ทาแล้วติด ไหนจะเรื่องเบลนสีอีก ปวดหัวเลยครับ จนมาพักหลังๆ ก็ค้นพบว่าการทาอายแชโดว์ให้สวยงาม ก็ต้องเริ่มจากการรองพื้นให้กับอายแชโดว์ก่อน สำหรับผมแล้วผมจะไม่ทารองพื้นที่ตาเด็ดขาด เพราะผมว่ามันทำให้สีอาแชโดว์ไม่สวย สีอายแชโดว์ที่ใกล้ชิดกับผิวบริเวณตาสวยกว่าสำหรับผม ผมก็เลยใช้พวกอายแชโดว์ครีมลงก่อนเสมอ เป็นไกด์ไลน์ในการลงอายแชโดว์ ถึงปัจจุบันอายแชโดว์แบบแท่งมีให้เลือกกันมากมาย แต่ตัวที่ผมใช้แล้วติดใจมาพักใหญ่ๆ ก็คือ ของ Sisley ครับผม http://www.sisley-paris.com/th-TH/phyto-eye-twist-0123456789042.html จนมาวันนี้ว้าวๆ CPB ออกอายแชโดว์ Limited Holiday Collection มา ขายทีเดียว 5 แท่งในราคาเพียง 2,800 บาทเท่านั้น นอกจากเนื้อจะดีงาม ราคาน่ารักแล้ว แพคเกจยังสวยด้วยศิลปะแนวจีนอีกด้วย http://www.cledepeau-beaute.com/int/nuit_de_chine/ ตอนนี้มีขายที่แรกที่พารากอน และหลังวันที่ 3 จะมีจำหน่ายที่ CPB ทุกสาขาครับผม ปล.ต้องบอกอย่างนี้ก่อน CPB สวยงามมาก ช่วยให้อายแชโดว์ติดชัดมากขึ้น แต่ถ้าสายทนทายาท ไม่หลุดร่อนจนกว่าจะเจอ Remover ก็คงยังยกให้ Sisley เป็นที่…

วิบากกรรมก่อนแต่ง คำสาปที่เจ้าสาวทุกคนต้องเจอ…

ใครเป็นเจ้าสาวจะรู้เรื่องนี้ดีครับ ก่อนหน้าชีวิตไม่เคยเป็นอะไร ใบหน้าไม่ค่อยเป็นอะไร ก่อนวันแต่งปั๊บต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับใบหน้า แต่งหน้ามา 20 ปีเริ่มรู้สึกชินครับกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ เช้าที่ผ่านมามี Line เข้ามาจากว่าที่เจ้าสาวอาทิตย์นี้เลยครับ เอาส่วนใหญ่ที่ผมเจอเลยนะคือสิวขึ้น ร้อยวันพันปีไม่เป็น พอใกล้ถึงวันมาเลยจ้าาา… แล้วเอาจริงผมก็แทบไม่สังเกต แต่ในเมื่อเป็นวันสำคัญอย่างวันแต่งหน้า เข้าใจเลยครับว่าเจ้าสาวจะกรี๊ดแตกขนาดไหน แต่สำหรับเจ้าสาวท่านนี้ข่วนตัวเองตอนนอน แง่มมม…ขอยิ้มนิดนึง โอกาสช่างแสนยากจะเกิด ก็ต้องมาเกิดก่อนงานแหละครับ บอกแล้วมันเป็นวิบากกรรมของเจ้าสาว เป็นคำสาปที่สาวโสดอาจจะแช่งคุณไว้กัน เอาเอาไม่เพ้อและครับ เข้าหลักการกันดีกว่า สำหรับรอยสิว รอยข่วน เพียงเล็กน้อยไม่ต้องห่วงครับ สบายๆ concealer เอาอยู่แน่นอนครับผม ลงรองพื้นเสร็จ นิ้วแตะๆ คอนซีลเลอร์เบาๆ เหนือบริเวณที่ต้องการปกปิดครับ หายแว๊บบบ ย้ำเทคนิคในการใช้ concealer ปกปิดนะครับ ดูตามอาการรอยเบาใช้แบบน้ำ รอยหนักขึ้นใช้แบบจิ้มจุ่ม รอยหนักมากเลือกใช้แบบแท่งหรือแบบอัดแข็งในตลับ ตอนนี้แบรนด์โปรดในการปกปิดแบบหนักหน่วงผมเลือกใช้ NARS Soft Matte Complete Concealer สำหรับการปกปิดแบบบางเบาการใช้แปรงขนสังเคราะห์จะช่วยในการเกลี่ยได้ดีมากครับ แต่หากเป็นแบบหนักหน่วงนิ้วนี่แหละครับดีสุดแตะไปเบาๆ กรรมจะตามมาเร็วมาแรงแค่ไหน ก็มีวิธีแก้กรรมเสมอครับ ก่อนวันสำคัญอย่างไรก็ตามดูแลตัวเองครับ ความสวยในวันแต่งงาน มาจากการดูแลตัวเองของเจ้าสาว 50…

ทาลิปสติกอย่างไรให้ติดทน

ทาลิปอย่างไรให้ติดทน ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าลิปสติก คือ สสารอย่างหนึ่งไม่สูญหายไปจากโลกแน่นอน แล้วลิปสติกหายไปไหน แน่นอนมันไม่ปลิวไปกับลม ลองสังเกตตัวเองครับว่าเม้ม เลียปาก เช็ดปาก มือไปโดนหรือเปล่า… โอเคหลายอย่างมันก็ห้ามกันไม่ได้เนอะ ผมเข้าใจครับ ดังนั้นเรามาเข้าเรื่องดีกว่าว่าผมมีเทคนิคอย่างไร ถึงทำให้ลิปสติกติดทน สิ่งที่ต้องเตรียม 1. ดินสอเขียนขอบปาก 2. ลิปแมทยุคปัจจุบัน แบรนด์ที่ผมแนะนำมมี Guerlain Dior และ NARS ครับ ที่ต้องให้เป็นยุคปัจจุบัน เพราะว่าลิปแมทรุ่นแรกๆ รุ่นเก่าจำทำให้ปากแห้งลอกไร้ซึ่งความชุ่มชื้น สุดท้ายปากก็จะหลุดเป็นแผ่นเป็นชิ้นไม่สวยแน่ครับ 3. ลิปแท่งโปรด ถึงขั้นต่อมา คือ วิธีการทาครับ ขั้นแรกลงลิปแมทก่อนครับ ผมแนะนำให้ใช้แปรงทานะครับ เราจะได้ชั้นของลิปที่บาง ลงไปซักสองรอบครับ จากนั้นสำคัญมากแนะนำให้ยิ้ม แล้วทารอบที่ 3 เนื่องจากบางท่านมีร่องปาก การทาลิปโดยไม่ยิ้มอาจทำให้ลิปไม่กระจายตัวทั่วริมฝีปาก ทำให้การทาปากไม่สมบูรณ์แบบ ขั้นต่อไป แนะนำให้ใช้ดินสอเขียนขอบปากเขียนไล่บริเวณขอบปากให้ได้รูปครับ สงสัยใช่ไหมว่าทำไมถึงไม่ใช้ดินสอลงก่อน แล้วตามด้วยลิปแมท ก็เพราะส่วนตัวผมไม่ชอบขอบปากที่ดูชัดเจนเกินไปนั่นเอง และที่สำคัญขอบปากที่ชัดเกินไป หากลิปหลุดจริงๆ จะเหลือขอบปากที่ชัดเจนอย่างเดียว ซึ่งเรียกได้ว่าไม่น่าดูเอาซะเลย จากนั้นค่อยนำลิปสีโปรดมาลงทับด้วยแปรงอีกซักสองชั้น ย้ำอีกทีนะครับทุกชั้นที่ลงจะบางๆ…

ผมเห็นเจ้าบ่าวพังเพราะสูทเกินครึ่ง ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

ด้วยอาชีพช่างแต่งหน้า ต้องบอกเลยครับว่าผมเห็นเจ้าบ่าวพังเพราะสูทเกินครึ่ง ตลอด 20 ปี นี่เห็นเจ้าบ่าวใส่สูทสวยๆ หลักสิบ ร้านสูทก็เหมือนช่างแต่งหน้าครับ ใครบอกว่าทำ ใครจะเปิดร้านก็ได้ ผู้ชายกับชุดสูท เป็นสิ่งที่คู่กันเมื่อนึกถึงงานที่เป็นทางการ แต่อย่างนึงที่ผมไม่อยากให้ลืม คือสูท เป็นสิ่งที่ทุกอาชีพใส่ได้ ตั้งแต่พนักงานบริการ จนถึงผู้บริหาร แล้วสิ่งไหนคือความแตกต่างของสูท เพราะแน่นอนคุณหาได้ตั้งแต่ราคาไม่ถึงพัน จนยันหลักแสน หลายคนเลยเอาง่ายว่าเออเรียกว่าสูทก็พอ ไม่เคยลองอย่าพึ่งมั่นใจว่าเหมือนกัน จริงๆ ผมอยากผู้ชายทุกคนลองนะครับ ลองสูททุกราคาดูครับ ตั้งแต่แบบสำเร็จรูปราคาน่ารักหลักร้อยที่เอามาลดราคา จนสูทมีแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศหลักแสน ส่องกระจก ถ้าเราไม่มีอคติ เราจะรับรู้ถึงความแตกต่างได้ทันทีครับผม แน่นอนสูทหลักแสนไม่ได้ทำมาเพื่อหลอกคนที่รวยไม่พอ แต่ต้อง…ด้วยแน่นอนครับ ผ้า แพทเทริ์น การตัดเย็บ ฝีเข็ม การวัดขนาด ทุกอย่างไม่ได้เป็นแบบขอไปทีครับ ผมเชื่อว่าคุณผู้ชายเลือกสูทสำหรับโอกาสที่มีความพิเศษ แต่ระดับความพิเศษก็แตกต่างกันไป แล้วอะไรคือจุดที่พอดี ต้องบอกว่าพอดีน้องในทีมไปถ่ายงานให้ร้าน SUITCUBE ซึ่งรู้ราคาครั้งแรกแบบเห้ยไม่ถึง 4 พันเนี้ยนะ ราคาดีไป๊ พอได้ลองก็เออรายละเอียด ทรงของสูทนี่เรียกได้ว่าเกินราคาครับ ตัวร้านที่ผมไปก็อยู่ที่ SQ1 สะดวกเลย เพราะผมอยู่แทบทุกวันแถวนั้น แล้วเรื่องก็ผ่านไปไม่ได้คิดอะไร ช่วงนี้ต้องบอกเลยครับว่าออกงานค่อนข้างเยอะมากกก……

เราสามารถใส่เสื้อตัวเดียวตลอดทั้งปีได้หรือไม่

เราสามารถใส่เสื้อ หรือเดรสตัวเดียวทุกวันตลอดทั้งปีได้หรือไม่? คำถามนี้เกิดขึ้นเมื่อผมดูวิดีโอนี้จบ แน่นอนมันดูสุดโต่งไปหน่อย แต่คำถามคือเป็นไปได้หรือเปล่า เมื่อลงลึกในรายละเอียดแล้ว ไม่ได้หมายถึงคุณต้องใส่เสื้อผ้าชิ้นเดียวทุกวันตลอดปี เพราะแน่นอนเราต้องมีเสื้อผ้าชิ้นอื่นอยู่แล้ว เพียงแต่คงชิ้นหลักไว้ 1 ชิ้นทุกวันตลอดปี ผมเลยมาลองทำดู ก็พบว่าเสื้อผ้าที่เราควรใช้ในการทดลองควรมีเนื้อไม่หนา เป็นผ้าที่แห้งเร็ว ดูแลรักษาง่าย อย่างเช่นพวกผ้าที่มีโพลีผสมอยู่ หรือจริงๆ หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าผ้าลินินก็สามารถใช้ได้เช่นกัน พอกลับบ้านผมก็ซักเลยครับ เนื่องจากเป็นตัวเดียวผมก็จะซักมือ แล้วตาก จุดที่ตากได้ดีที่สุด คือใกล้คอมเพรสเซอร์แอร์ครับ เนื่องจากมีลมร้อนออกมาทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นอีก ตื่นเช้ามาก็แห้งพอดี ใช้เตารีดๆ หรือกรณีเสื้อผมเป็นเสื้อที่อัดพลีท ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีดทำให้เร็วขึ้นไปอีก เสื้อที่เลือกควรเป็นเสื้อแบบเรียบๆ ไม่มีลาย แต่ตัวที่ผมเลือกนี่ดันมีลาย 555 แต่ก็ยังถือว่าเป็นลายที่ไม่มากมายนัก พอลองทำแล้วผมก็เกิดคำถามต่อมาว่าจริงๆ เรามีเสื้อผ้าเยอะไปหรือเปล่า และจริงๆ เราควรมีเสื้อผ้ากี่ตัวกันแน่ เพราะขนาดเสื้อตัวเดียวเรายังใส่ และซักทันทุกวัน….